<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://npm.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://npm.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://npm.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร&nbsp;</strong>ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งอีสาน พระบรมธาตุที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาของนครพนมมาแต่ โบราณกาล สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธกาลประมาณ พ.ศ.๘&nbsp;ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรเจริญรุ่งเรือง ประดิษฐานอยู่บนภูกำพร้าตั้งตระหง่าน อยู่ริมฝั่งโขง เป็นสถานที่ครั้งหนึ่งพุทธองค์เคยเสด็จมาโปรดสัตว์น้อยโหญ่&nbsp;ตามตํานานอุรังคธาตุกล่าวถึง พระมหากัสสปะและพระอรหันต์ ๕๐๐&nbsp;องค์ ได้นําพระอุรังคธาตุ&nbsp;(กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาจากชมพูทวีปและท้าวพญาผู้ครองนครทั้ง ๕ เป็นประธาน ในการสร้างที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ&nbsp;อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบัน&nbsp;องค์พระธาตุพนมได้รับการปฏิสังขรณ์หลายครั้ง จนเมื่อวันที่ ๑๑&nbsp;สิงหาคม ๒๕๑๘ เวลา ๑๙.๓๙ น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งอิงค์เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุ และภัยพิบัติจากการเกิดฝนตกพายุพัดแรง ติดต่อกันหลายวัน ประชาชนได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่สร้างครอบฐานพระธาตุองค์เต็ม&nbsp;โดยรักษารูปแบบเต็ม ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น&nbsp;</p>

<p>พุทธศาสนิกชนที่ได้มาเยี่ยมเยียนจากทั่วสารทิศทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง ได้สืบต่อความเชื่อกันมาจากบรรพบุรุษ ว่ากันว่าหากใครได้มา นมัสการพระธาตุครบ ๗ ครั้ง จะถือว่าเป็น &ldquo;ลูกพระธาตุ&rdquo; เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม จ ครั้ง ที่ถือเป็น อานิสงส์ผลบุญยิ่งนัก</p>

<p>พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีเกิดแห่งเดียวบนแผ่นดินที่ราบสูง และยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ เนื่องด้วยตามตำนานบริเวณที่ตั้งของพระธาตุพนมในอดีตเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าได้ขึ้นมาหมุน&nbsp;แล้วมองลงไปรอบๆ ก่อนจะประกาศก้อง ว่า พื้นที่ทั่วบริเวณนี้จะเป็นที่สืบทอดและเป็นจุดเริ่มต้นพระพุทธศาสนา เสมือนกับวันอาทิตย์เป็นวันเริ่มต้นของวันอื่นในสัปดาห์ ทั้งตั้งพัน ไปทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศประจำของ &ldquo;พระราหุล&rdquo; และยังเป็นองค์เจดีย์ใหญ่ที่สุดในแผ่นดินอีสาน ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะ ของเทวดาประจำวันอาทิตย์ที่มีพละกำลังที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่หนึ่งเหนือผู้อื่น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://npm.onab.go.th/th/file/get/file/2025042991a48af3d2570325ab5c36a2b457a04b151851.jpg' type='image/jpg' length='89358' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://npm.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://npm.onab.go.th/cms/s59/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><strong>ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</strong></p>

<p>อธิบาย ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า &quot;ไตรรัตนจักร&quot; (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทนพระรัตนตรัย คือ<br />
(1) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า &quot;พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ไม่ติดในโลกีวิสัย ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. 26/388)<br />
(2) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า &quot;ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลา เป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น&quot; (ขุ.ธ. 25-59)<br />
(3) ดอกบัวมี 7 กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว 7 ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ 7<br />
(4) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน 8 วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์<br />
(5) ซี่ธรรมจักร 12 ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง 3 (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (3x4 = 12)<br />
(6) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า<br />
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม<br />
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้</p>

<p>ศ. พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต<br />
29 ตุลาคม 2545</p>
]]></description>
<enclosure url='https://npm.onab.go.th/th/file/get/file/20200730b1f62fa99de9f27a048344d55c5ef7a6195135.jpg' type='image/jpg' length='362361' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://npm.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/648</link>
<guid isPermaLink="false">a1c2fe5565b5853ddaea85044918445c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://npm.onab.go.th/cms/s59/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><strong>ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</strong></p>

<p>อธิบาย ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า &quot;ไตรรัตนจักร&quot; (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทนพระรัตนตรัย คือ<br />
(1) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า &quot;พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ไม่ติดในโลกีวิสัย ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. 26/388)<br />
(2) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า &quot;ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลา เป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น&quot; (ขุ.ธ. 25-59)<br />
(3) ดอกบัวมี 7 กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว 7 ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ 7<br />
(4) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน 8 วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์<br />
(5) ซี่ธรรมจักร 12 ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง 3 (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (3x4 = 12)<br />
(6) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า<br />
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม<br />
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้</p>

<p>ศ. พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต<br />
29 ตุลาคม 2545</p>
]]></description>
<enclosure url='https://npm.onab.go.th/th/file/get/file/2020073074071a673307ca7459bcf75fbd024e09195033.jpg' type='image/jpg' length='358832' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://npm.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://npm.onab.go.th/cms/s59/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><strong>ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</strong></p>

<p>อธิบาย ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า &quot;ไตรรัตนจักร&quot; (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทนพระรัตนตรัย คือ<br />
(1) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า &quot;พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ไม่ติดในโลกีวิสัย ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. 26/388)<br />
(2) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า &quot;ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลา เป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น&quot; (ขุ.ธ. 25-59)<br />
(3) ดอกบัวมี 7 กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว 7 ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ 7<br />
(4) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน 8 วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์<br />
(5) ซี่ธรรมจักร 12 ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง 3 (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (3x4 = 12)<br />
(6) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า<br />
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม<br />
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้</p>

<p>ศ. พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต<br />
29 ตุลาคม 2545</p>
]]></description>
<enclosure url='https://npm.onab.go.th/th/file/get/file/20200730d010396ca8abf6ead8cacc2c2f2f26c7195110.jpg' type='image/jpg' length='382720' />
</item>
</channel>
</rss>
